หน้าหลัก
Health
Lady & Gentleman
WebBoard
Health Digit
Blood Test
Safety First
Diseases
Sex Edu.
ศูนย์บริการสุขภาพเคลื่อนที่  โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  กรมแพทย์ทหารเรือ  โทรศัพท์ภายใน : 3287, 3411, 3412  โทรศัพท์ภายนอก : 038-244101-2  โทรสารภายนอก : 038-244101  E-mail : Sirikithosp@yahoo.com
เกี่ยวกับหน่วย
กิจกรรม
ขั้นตอนตรวจ
ทีมงาน
สายบริหาร
ข้อควรปฏิบัติ
ราชการ
สาระน่ารู้
สิทธิพิเศษ
ประโยชน์
ความเป็นมาของระบบบริการสุขภาพเชิงรุก
     

จาก...การขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก โดยเฉพาะบริเวณเขต มาบตาพุด เขตระยอง เขตแหลมฉบัง เขตสัตหีบ เขตชลบุรี และเขตฉะเชิงเทรา ทำให้ประชากรในย่าน อุตสาหกรรมเหล่านี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก ชุมชนในรูปแบบของชนบท เปลี่ยนแปลงไปเป็นชุมชนเมืองมีมลภาวะเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขของบริเวณนี้ เกิดชุมชนแออัด ขยะ ฝุ่นละออง การทำงานเกินเวลา ปัญหาโรคที่จะเกิดขึ้น เช่น เอดส์ ปัญหาสุขภาพจิต ยาเสพติด อุบัติเหตุ โดยเฉพาะโรคทางด้านอาชีวเวชศาสตร์ ย่อมจะต้องมีมากขึ้น เพิ่มเติมจากโรคพื้นฐานที่พบบ่อย 3 อันดับแรก คือ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคติดเชื้อ และโรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลเดิมซึ่งมีอยู่จำนวนมากกว่า 20 แห่ง ขาดความเหมาะสมบางประการที่จะให้การสนับสนุนและรับผิดชอบ การเพิ่มขึ้นของปัญหาด้านการแพทย์ การสาธารณสุขในพื้นที่นี้ได้
          ในวันที่ 22 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2535 มีบันทึกความร่วมมือระหว่าง กองทัพเรือและกระทรวงสาธารณสุขที่จะร่วมกันเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยการพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ให้เป็นศูนย์การแพทย์ที่มีความเป็นเลิศ ด้านอาชีวอนามัย อาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ที่มีความสามารถเป็นศูนย์แม่ข่ายในการสนับสนุนทางการแพทย์ แก่โรงพยาบาลต่างๆ ในภาคตะวันออก เป็นศูนย์ศึกษาวิจัยและฝึกอบรมในเรื่องอาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมรับอุบัติภัยจากอุตสาหกรรมด้านสารเคมี อุตสาหกรรมน้ำมัน และอุบัติภัยบนทางหลวง เนื่องจากกองทัพเรือมีความพร้อมด้านการสื่อสารและการขนส่งผู้ป่วยทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ทั้งยังมีที่ตั้งใกล้และเหมาะสมที่จะรองรับอุบัติภัยจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการร่วมกับโรงพยาบาลอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการให้บริการสุขภาพ อนามัยของประชาชนในภาคตะวันออก และสร้างความมั่นใจแก่ผู้ลงทุนทั้งในและภายนอกประเทศ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ
          ดังนั้นคณะกรรมการสนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ด้านจัดเครือข่ายซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายฝ่าย จึงมีมติกำหนดเป้าหมายที่จะพัฒนาให้โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ มีขีดความสามารถในด้านอาชีวอนามัย อาชีวเวชศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม เทียบเท่าโรงพยาบาลศูนย์ของกระทรวงสาธารณสุข สำหรับระยะยาวจะพัฒนาให้เป็นศูนย์พิษวิทยาของภาคตะวันออกและเป็นศูนย์บริหารจัดการด้านอุบัติภัยจากสารเคมีของประเทศไทย ...

นิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก เป็นเขตเศรษฐกิจที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นฐานการผลิตวัตถุดิบและสินค้าอุตสาหกรรมหลายๆชนิด เช่นโรงแยกก๊าซ อุตสาหกรรมเม็ดพลาสติก การผลิตและประกอบรถยนต์ เครื่องจักรกลหนัก การปั่นและทอผ้าใยสังเคราะห์ เป็นต้น โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาด 420 เตียง(อัตราเต็มตามแผน 1,000 เตียง) สังกัดกองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม เปิดบริการรักษาพยาบาลทุกสาขาตั้งแต่ 15 พฤศจิกายน 2539 จนถึงปัจจุบัน โดยมีภารกิจหลักในการให้บริการสุขภาพอนามัยแก่ข้าราชการทหารและครอบครัวในสังกัดกองทัพเรือ อีกทั้งมีภารกิจในการบริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนเขตนิคมอุตสาหกรรมอิสเทิร์นซีบอร์ด เขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และนิคมอื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ใช้แรงงานที่อาศัยและทำงานในนิคมต่างๆทั้งจังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง มีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ล้านคนและคงจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นตามสภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ
การให้บริการส่งเสริมสุขภาพแก่ผู้ใช้แรงงาน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการคาดหวังสูงสุด ซึ่งโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ก็พร้อมที่จะให้บริการ โดยจัดตั้ง
" ศูนย์บริการสุขภาพเคลื่อนที่"
วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์บริการสุขภาพเคลื่อนที่
  • บริการสุขภาพเชิงรุกทั้งในด้านการตรวจสุขภาพ การอาชีวเวชศาสตร์และงานด้านวิชาการ
  • มีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
  • มีส่วนร่วมในการหาลูกค้าประกันสังคม และบริษัทคู่สัญญา
  • จัดสรรรายได้ส่วนหนึ่ง เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับบุคลากรของโรงพยาบาล

    บทบาทและหน้าที่ของศูนย์บริการสุขภาพเคลื่อนที่
    ศูนย์บริการสุขภาพเคลื่อนที่ มีหน้าที่ดำเนินการ ประสานงาน ในการบริการตรวจสุขภาพภายนอกสถานที่โรงพยาบาล และการให้บริการตรวจรักษาพยาบาลเชิงรุก ร่วมทั้งการให้ความรู้ด้านอาชีวอนามัยและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การให้ความรู้ประกันสังคม และการประชาสัมพันธ์โรงพยาบาล(รวมคลินิกมาบตาพุด)

    การติดต่อลูกค้าและการทำข้อตกลงตรวจสุขภาพ
    ©  ฝ่ายลูกค้าของ ศูนย์บริการสุขภาพเคลื่อนที่ จะมีหน้าที่ติดต่อกับบริษัท ห้างร้าน โรงงานตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเสนอขายบริการตรวจสุขภาพ เช่นการตรวจร่างกายโดยแพทย์ การเจาะเลือดตรวจหาความผิดปกติ การเอกซเรย์ปอด การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจสมรรถภาพการได้ยิน การตรวจวัดสมรรถภาพปอด เป็นต้น ซึ่งจะต้องมีการเจรจาต่อรองทั้งเรื่องราคา สถานที่ กำหนดวันเวลา และเงื่อนไขรายละเอียดต่างๆ เพื่อเสนอประธานคณะกรรมการระบบบริการสุขภาพเชิงรุก รพ.ฯ และเมื่อได้รับอนุมัติตกลงตามเงื่อนไข ฝ่ายการตลาดก็จะส่งหนังสือให้ฝ่ายธุรการหน่วยฯ ดำเนินการต่อไป
    ©  ฝ่ายธุรการ ศูนย์บริการสุขภาพเคลื่อนที่ มีหน้าที่ประสานผู้เกี่ยวข้องในการเตรียมการตรวจ เช่นแจ้งการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ตามจำนวน การเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือ การเตรียมยานพาหนะ ทั้งนี้ต้องดำเนินการในโอกาสแรก เพื่อให้แต่ละฝ่ายมีเวลาในการดำเนินการ จะต้องจัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆตามความเหมาะสม ซึ่งฝ่ายปฏิบัติการตรวจสุขภาพนี่แหละที่ต้องมีหัวหน้าชุด เพื่อรับผิดชอบกระบวนการต่างๆ ตั้งแต่ล้อหมุนออกจากโรงพยาบาล ดำเนินการตรวจตามรายการที่กำหนด จนครบถ้วนในวันนั้นๆ ให้ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงกันไว้ จึงส่งมอบงานให้ฝ่ายตรวจวิเคราะห์รับงานต่อไป
    ©  ฝ่ายตรวจวิเคราะห์ ศูนย์บริการสุขภาพเคลื่อนที่ มีหน้าที่ตรวจวิเคราะห์และแปลผลจากตัวอย่างสิ่งส่งตรวจ( Specimen) ถ้าการเก็บตัวอย่างจากหน้างานไม่มีความผิดพลาด ฝ่ายตรวจวิเคราะห์ก็จะสามารถแจ้งผลการตรวจได้ในไม่ช้า การตรวจวิเคราะห์ด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือของโรงพยาบาล นับว่าทันสมัยมาก ความถูกต้องในการวิเคราะห์ก็ต้องเชื่อถือได้ ความรวดเร็วในการแจ้งผล จะนำมาซึ่งความพึงพอใจของลูกค้าและใช้บริการตลอดไป
    ©  ฝ่ายสรุปและรายงานผล ศูนย์บริการสุขภาพเคลื่อนที่ เป็นการนำผลการตรวจวิเคราะห์มาสรุป และรายงานให้ลูกค้าทราบ ซึ่งต้องประเมินจากผลการตรวจวิเคราะห์ และ Guide line แล้วสรุปให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน รายงานให้ลูกค้าทราบ ซึ่งต้องรายงานแบบรายบุคคล และรายงานเป็นรูปเล่มด้วย ขั้นตอนนี้อาจต้องใช้เวลาเพราะจะผิดพลาดไม่ได้เลย จึงต้องกำหนดให้มีกระบวนการตรวจและควบคุมคุณภาพ ( Quality Control )
    ©  ฝ่ายการเงิน ศูนย์บริการสุขภาพเคลื่อนที่ จะแจ้งยอดค่าบริการทั้งหมดให้ รพ.ฯ ทราบและเรียกเก็บเงินค่าบริการตรวจ เมื่อสรุปและรายงานผลส่งงานให้ลูกค้าเรียบร้อยแล้ว
    ฝ่ายปฏิบัติการตรวจสุขภาพ จะมีเจ้าหน้าที่หลายแผนก มีการปฏิบัติงานเป็นทีมให้มีมาตรฐานเดียวกัน และเพื่อความเป็นเอกภาพจะต้องมีผู้สั่งการเพียงคนเดียว คือหัวหน้าชุดในการอำนวยการ ประสานและแก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้อง ตั้งแต่ต้นจนจบงาน

    เจ้าหน้าที่
  • แพทย์ ลูกค้าบางบริษัทอาจไม่ต้องการแพทย์ หรือบางบริษัทต้องการ แพทย์มากกว่า 1 ท่าน ก็มี
  • พยาบาล กิจกรรมที่พยาบาลต้องปฏิบัติมีหลายหน้าที่ เช่น ตรวจวัด Vital sign เจาะเลือด ตรวจสายตา ตรวจสมรรถภาพการได้ยิน ตรวจสมรรถภาพปอด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • เจ้าหน้าที่ ต้องมีอีกหลายคนที่จะทำงานร่วมกัน เช่นเจ้าหน้าที่เอกซเรย์ เจ้าหน้าที่การตลาด เวชระเบียน พลขับ
    อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ พร้อมสำหรับการตรวจสุขภาพ เช่นอุปกรณ์เจาะเลือด Audiometer, Vision Tester, Electrocardiography, Sphygmomanometer
    เอกสารต่างๆ ที่สำคัญได้แก่ ชื่อบริษัทลูกค้าและแผนที่ ชื่อผู้ประสานงาน รายชื่อพนักงาน โปรแกรมการตรวจ เงื่อนไขหรือรายละเอียดต่างๆ ทั้งนี้รวมถึงอุปกรณ์เครื่องเขียน ถ่านไฟฉายขนาดต่างๆ
    ยานพาหนะ ประกอบด้วยรถเอกซเรย์ และรถยนต์โดยสารขนาดเล็ก(รถตู้) บางครั้งก็ใช้รถบรรทุกเล็กหรือรถบรรทุกกลาง และบางครั้งก็อาจต้องใช้รถส่วนตัวด้วย
    สถานที่สำหรับตรวจ โดยการประสานกับบริษัทลูกค้า เพื่อเตรียมการเกี่ยวกับห้องที่ใช้ตรวจ โต๊ะ เก้าอี้ ที่จอดรถเอกซเรย์และจุดเชื่อมต่อไฟฟ้า
  • ห้องที่ใช้ในการตรวจสุขภาพ จะต้องเป็นห้องที่โล่ง กว้าง อากาศถ่ายเทได้สะดวก มีแสงสว่างเพียงพอ และจะดีมากถ้าเป็นห้องปรับอากาศ ทุกๆสถานีควรจะอยู่ในบริเวณเดียวกัน ยกเว้นการตรวจสมรรถภาพการได้ยินจะต้องเป็นห้องที่เงียบ และห้องตรวจ EKG. จะต้องมิดชิด
  • โต๊ะเก้าอี้ ตามจำนวนสถานีที่จะตรวจในวันนั้น โดยทั่วไปประกอบ ด้วย โต๊ะลงทะเบียน, โต๊ะสำหรับวัด V/S , โต๊ะสำหรับเจาะเลือด, โต๊ะสำหรับการตรวจสายตา โต๊ะสำหรับการตรวจสมรรถภาพปอด, โต๊ะสำหรับแพทย์
  • จุดต่อไฟฟ้า เครื่องมือบางอย่างต้องใช้ไฟฟ้า ห้องที่ใช้ตรวจจึงต้องมีปลั๊กไฟให้พร้อมใช้งาน ทั้งนี้รวมถึงการต่อไฟฟ้าเพื่อใช้กับรถเอกซเรย์ด้วย
  • ที่จอดรถเอกซเรย์ ไม่กีดขวางการทำงานตามปกติ สะดวกสำหรับการรับบริการ และสามารถต่อไฟฟ้าได้
    การแต่งกาย
    เมื่อออกปฏิบัติงาน การแต่งกายของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดต้องสุภาพ เรียบร้อย สวมเสื้อ กางเกง รองเท้า ถุงเท้าและติดป้ายชื่อ
    ซึ่งหน่วยบริการสุขภาพเคลื่อนที่ฯ กำหนดไว้ดังนี้
  • 1. แพทย์ทั้งชาย/หญิง แต่งกายสุภาพ และ/หรือสวมเสื้อคลุม( Gown)
  • 2. พยาบาลชาย แต่งกายด้วยกางเกงกากี สวมเสื้อคลุม( Gown) ติดป้ายชื่อ รองเท้าหนังสีดำ
  • 3. พยาบาลหญิง แต่งกายด้วยชุดกางเกงพยาบาล สวมหมวก ติดป้ายชื่อ
  • 4. เจ้าหน้าที่หน่วยบริการสุขภาพเคลื่อนที่ฯ แต่งกายเครื่องแบบที่เป็นชุดกางเกง ตามที่ รพ.ฯกำหนด
  • 5. พลขับ แต่งกายด้วยกางเกงกากี สวมเสื้อซาฟารีสีเทาเข้มตามที่ รพ.ฯ กำหนด
  • ศูนย์บริการสุขภาพเคลื่อนที่ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พร.
    หน้าที่ เป้าหมาย วัตถุประสงค์
    ชื่อหน่วยงาน  :  ศูนย์บริการสุขภาพเคลื่อนที่
    เจตจำนง/ความมุ่งหมาย(Purpose)  :  ให้บริการตรวจสุขภาพประจำปีนอกสถานที่อย่างมีคุณภาพ
    ขอบเขตบริการ  :  ตรวจสุขภาพพนักงานบริษัทต่าง ๆ แบบ Screening
    ความต้องการของผู้รับบริการ  :  ถูกต้อง รวดเร็ว
    ความต้องการของผู้ร่วมงานในโรงพยาบาล  :  ความถูกต้อง รวดเร็ว และทันเวลาในการแจ้งข้อมูลการปฏิบัติงาน
    เป้าหมาย(Goal)  :  ความพึงพอใจของผู้รับบริการ
    เครื่องชี้วัด(Indicator)  :  
    จุดเน้นในการพัฒนา  :  
    กระบวนการทำงานและโอกาสพัฒนา
    เตรียมการจัดทำข้อมูล ( Start )
    ติดต่อผู้รับการตรวจ
    ไม่ตกลง ยุติการดำเนินการ
    ตกลง
    ทำสัญญาการตรวจ
    ขออนุมัติ รพ.ฯ
    ไม่อนุมัติ
    อนุมัติ
    ดำเนินการตรวจสุขภาพ
    ไม่ครบ
    ครบ
    วิเคราะห์ผล
    บันทึกข้อมูล
    รายงานผลส่งผู้รับการตรวจ
    แจ้งราคาเบิกค่าดำเนินการ
    รับเช็ค
    นำส่งเช็คให้ การเงิน รพ.ฯ
    จบกระบวนการ ( Stop )
    วิเคราะห์โอกาสพัฒนา
    กระบวนการ
    จุดมุ่งหมาย
    1 ] การตลาด
    ติดต่อลูกค้า
    2 ] ธุรการ
    ประสานงานภายใน รพ.ฯ
    3 ] วิเคราะห์ผล
    รวบรวมวิเคราะห์ผลการตรวจสุขภาพให้ถูกต้อง
    และส่งผลให้ลูกค้าตามกำหนดเวลา
    4 ] ดำเนินการตรวจสุขภาพ/ตรวจเพิ่มเติม
    ให้บริการตรวจและคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น
    5 ] การเงิน
    รับจ่ายเงินและดูแลด้านบัญชี